กระทรวงอุตสาหกรรม และ การค้าของเวียดนาม (MOIT) เสนอปรับปรุงแผนพัฒนาไฟฟ้าแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (PDP8) โดยตั้งเป้าเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป.ลาว และ จีนเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.
ข้อมูลจาก MOIT ระบุว่า ปัจจุบันเวียดนามนำเข้าไฟฟ้าประมาณ 1,600 MW จาก สปป.ลาว และ 550 MW จากจีน คิดเป็นเพียงร้อยละ 2.4 ของกำลังผลิตรวมของประเทศ อย่างไรก็ดี ภายในปี 2573 สัดส่วนการนำเข้าอาจเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4–5 หากความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะในภาคเหนือยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยการนำเข้าจาก สปป.ลาวคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 8,000 MW ผ่านสายส่งแรงดันสูงหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา.
ขณะเดียวกัน เวียดนามอยู่ระหว่างพิจารณานำเข้าไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 3,000 MW จากจีน ผ่านโครงข่ายไฟฟ้าที่จังหวัดหล่าวกาย และ จังหวัดกว๋างนิญ โดย MOIT ย้ำว่า แม้การนำเข้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ควรจำกัดสัดส่วนไม่ให้เกินร้อยละ 10 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว ทั้งนี้ ภายใต้แผน PDP8 ฉบับปรับปรุง เวียดนามจำเป็นต้องผลิตและนำเข้าไฟฟ้ารวม 560,000–625,000 ล้านKw/ชั่วโมง ภายในปี 2573 เพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี.
โดย นาย Dang Hoang An ประธานบริษัท EVN ระบุว่า โครงสร้างระบบไฟฟ้าของเวียดนามมีความซับซ้อนมากขึ้นจากสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูง ส่งผลให้การคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าทำได้ยากขึ้น เวียดนามจึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนในเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน ระบบผลิตไฟฟ้าที่สามารถตอบสนองได้รวดเร็ว รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายส่งไฟฟ้าแรงดันสูงแบบ HVDC เพื่อเพิ่มเสถียรภาพของระบบและลดความเสี่ยงจากปัจจัยด้านสภาพอากาศในอนาคต.



