ลาวมีดุลการค้าเกินดุล 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนมกราคม โดยมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวมกันเกิน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในเดือนมกราคม ลาวส่งออกสินค้ามูลค่ากว่า 886 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 36 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
การนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 684 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มีดุลการค้าเกินดุลประมาณ 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์เมื่อวันพฤหัสบดี
การเริ่มต้นปีที่ดีสะท้อนให้เห็นถึงผลการส่งออกที่ดีขึ้น และเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและกระแสเงินสดที่ดีขึ้น
โลหะผสมและทองคำแท่งเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของลาวในเดือนมกราคม รองลงมาคือเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ โดยจีน เวียดนาม และไทยยังคงเป็นตลาดส่งออกหลักของลาว
1. ปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดดุลการค้าเกินดุล
ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการส่งออกสูงกว่าการนำเข้า สินค้าหลักที่มักสนับสนุนเศรษฐกิจของลาว ได้แก่:
ไฟฟ้า: แหล่งรายได้หลักจากการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ผลิตภัณฑ์จากการทำเหมือง: เช่น ทองคำ ทองแดง และแร่เหล็ก
ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร: โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ยางพารา กาแฟ และกล้วย ซึ่งมีตลาดหลักในจีนและไทย
2. ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ
การเกินดุลการค้าในระดับนี้มีนัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงิน:
เพิ่มทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ: ช่วยให้รัฐบาลมีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น
บรรเทาแรงกดดันต่อค่าเงินกีบ: เมื่อมีเงินตราต่างประเทศไหลเข้ามา จะช่วยป้องกันไม่ให้ค่าเงินกีบผันผวนมากเกินไป
3. ความท้าทายที่ต้องจับตามอง
แม้จะเริ่มต้นได้ดี แต่เรายังต้องติดตามสถานการณ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าที่นำเข้า เช่น เครื่องจักรหรือวัสดุก่อสร้าง ยังคงเป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่อาจส่งผลกระทบต่อดุลการค้าได้ตลอดเวลา




